Rent the musical ที่อยากให้ดู

posted on 07 Aug 2010 09:58 by iyravin

Musical ที่อยากให้ดู

- Rent-

 

 

ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า Rent อาจจะไม่ใช่ Musical พิมพ์นิยม เพราะเป็น Musical ที่พูดถึงคนนอกคอก

เนื้อหาเลยเป็นเรื่องของพวกนอกคอก ที่เรียกตัวเองว่า โบฮีเมียน

เผื่อคนที่ยังไม่รู้จัก โบฮีเมียน คือคนที่..... บอกยากแฮะ คล้ายๆจะเชื่อถือแต่ความสุขที่จับต้องได้ล่ะมั้ง

เชื่อในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ สุขให้เต็มที่

เรื่อง Rent นี่ ก็เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มโบฮีเมียนนี่แหละ

โดยเพลงเปิด ชื่อเดียวกับชื่อ Musical คือ Rent หรือค่าเช่า

หรือเต็มๆ ก็ต้องว่า How we gonna pay the rent (หรือ กูจะจ่ายค่าเช่ายังไง)

 

 

อย่างที่บอกว่าพวกโบฮีเมียนนี่ สุขนิยมเต็มที่

เพราะงั้นเลยเป็นเรื่องปกติมากๆที่ตัวละครหลักในเรื่องนี้

เป็นเกย์ซะหนึ่งคู่ เลสเบี้ยนซะหนึ่งคู่ ชายหญิงอีกหนึ่ง และตัวละครชายที่เป็นแฟนเก่าของหนึ่งในเลสเบี้ยนซะหนึ่งคน

และหลายๆคนในนี้ ติดเชื้อเฮชไอวี

ในเรื่อง นอกจากจะพูดถึงความสัมพันธ์วุ่นๆของตัวละครแต่ละตัวแล้ว

ยังพูดถึงการยืนหยัดอยู่ในสังคมของคนพวกนี้ การเสียดสีสังคมนิยมอย่างถึงแก่น

ชนิดที่สัตว์สังคมอย่างเราฟังแล้ว แสบๆคันๆ ดีไม่หยอก

 

เวอร์ชั่นที่ได้ดู เป็นเวอร์ชั่นหนัง (ขอบคุณนวัตกรรมดีวีดี และ VHS ที่ทำให้เราได้ดูหนังพวกนี้)

หนังเรื่องนี้สร้างเกือบยี่สิบปีให้หลังจากการเปิดแสดงที่บรอดเวย์

แต่ได้ยินมาว่า (ไม่ยืนยันแหล่งข่าวนะ) เอา Original Cast มาเล่นเกือบทั้งหมด

แถมเจ้าพวกนี้ หน้าตาไม่เปลี่ยนเลยนี่สิ  (น่ากลัวชะมัด ตัวอะไรเนี่ย)

เว้นแค่คนเดีย คือนางเอก ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะตามเรื่อง นางเอกเพิ่งจะสิบเก้า

ถ้าเอาป้าอายุสี่สิบมาเล่น มันจะไหวเร้อ

 

ใครชอบดู Musical แนะนำให้ไปหาเรื่องนี้ตามร้านดีวีดีนะ

 

V

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันนี้ภาคพิสดาร (ที่แปลว่าละเอียด)

 

เล่าเรื่องดีกว่า ขอคู่พระนางก่อน

พระเอกชื่อไรไม่รู้ จำไม่ได้ จำได้แต่นางเอกชื่อ มีมี่ (เพราะมันมีบอกในเพลง)

นางเอกเป็น Stripper ในผับนึง (น่าจะเป็นผับ SM) 

สองคนนี้เจอกันตอนไฟในตึกอพาร์ทเมนต์ดับ นางเอกเดือนไปขอจุดเทียน

ถ้าฟังตามเนื้อเพลง นางเอกจีบพระเอกมากๆ และพระเอกก็เอียงๆไปหา เพราะนางเอกหน้าเหมือนแฟนเก่าที่ตายไปแล้ว

ฟังเหมือนน้ำเน่า แต่เพลงมีเอกลักษณ์มาก  อย่างเช่น....... พระเอกชมว่า You have a nice butt

แต่ที่ไม่ชอบของเพลงนี้คือ สัญ่ลักษณ์มันตรงไปตรงมาเกินไปมะ? แถมเกร่อเกินไปด้วย (Would you light my candle)

 

คู่นี้ปัญหาอยู่ที่พระเอกชอบหนีความจริง  อย่างมีเชื้อ HIV ก็ไม่ปากแข็ง

ไม่ยอมเข้ากลุ่มเพิ่มบำบัดจิตใจ ไม่ยอมยอมรับแม้กระทั่งกับนางเอก จนกลางเรื่องนั่นแหละ

เพลงที่สารภาพโดนใจมาก เพราะเหมือนพระเอกสารภาพรักและสารภาพเรื่องนี้ไปพร้อมกัน (I should tell you)

 

ต่อมาขอคู่โปรดเลยแล้วกัน คู่นี้ชอบในแง่สีสัน แต่ละคนฉูดฉาดอย่างไม่อาจฉูดฉาดไปได้มากกว่านี้

ที่จริงเรียกคู่ไม่ได้นะนี่ ต้องเรียก สามคี่

เพราะคนแรก เป็นผู้ชาย ที่เป็นเพื่อนสนิทพระเอก อยากเป็นนักข่าว แต่ปัจจุบันตกงาน

คนที่สองเป็นผู้หญิงที่เปรี้ยวมาก รักสนุก และชอบเฟิล์ต คนนี้ชื่อมัวรีน (มีบอกในเพลงอีกแล้ว)

คนที่สามเป็นทอม อาชีพทนาย

พอคนที่สองเลิกกับคนแรก ก็มาคบกับทนาย คนนี้ไม่เชิงเป็นโบฮีเมียน

เพราะมีการงานมั่นคง อยู่ในสังคมไฮโซ

แต่เหมือนเพราะเธอเป็นทอม เลยถูกกดดันไม่น้อย

จนเข้าใจความเป็น “คนนอก” ของตัวละครที่เหลือ

ฉากและเพลงที่ชอบมีสองอัน ฉากแรกคือ Tango Maurine 

ฉากนี้เกิดตอนที่ มัวรีน กับทนายจะจัดงานกัน แต่ระบบไฟมีปัญหาและเรียกหาช่างคนอื่นไม่ได้

เลยโทรเรียกแฟนเก่า (-*- คิดได้เนอะ บอกแล้วว่าเธอคนนี้น่ะไม่ธรรมดา)

แล้วสองคนนี้ก็มาเต้นแทงโก้กัน (อย่าถามว่าทำไม และได้ยังไง) โดยเนื้อเพลงพูดถึง มัวรีน

ประมาณว่า รู้ทั้งรู้ว่าเธอเจ้าชู้ แต่เราก็ต้องแกล้งไม่รู้ เพราะที่สุดแล้ว เราอยู่โดยไม่มีเธอไม่ได้

นอกจากนี้ ยังแอบกัดสังคมทุนนิยมนิดๆ  อย่างตอนที่ถามว่า คุณเรียนแทงโก้ที่ไหน

เจ๊ตอบว่าเรียนกับลูกสาวของ Ambassador (ไม่รู้หมายถึงท่านฑูต หรือพี่เลี้ยงเหมือนกัน)

ในขณะที่อีกคนเรียนกับลูกสาวของแรบไบ ที่ Community Centre

อีกประโยคที่ชอบคือ มีการเต้นแทงโก้ โดยสลับชายหญิง

แล้วผู้ชายก็บ่น ยากนะนี่ ที่ต้อง backward (เป็นฝ่ายรับ)

เจ๊ก็ตอกใส่หน้าไปเลยว่า ลองเต้นบนส้นสูงดูสิ

ประโยคนี้ได้ใจมาก เพราะมันลึกกว่าการเต้นแทงโก้

แต่ประมาณว่า รู้ซะมั่งว่า สิ่งที่ผู้หญิงถูกสังคมบอกให้ทำ มันทรมานนะ

 

อีกฉากที่ชอบคือ Take Me or Leave Me

อันนี้เป็นงานแต่งงานของสองสาวนี้

แต่ในงาน ทั้งคู่ดันสติแตก Freak Out กันซะก่อน เลยไม่ได้แต่ง

ด้วยเหตุผลว่า รับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็นไม่ได้ (ทั้งที่สิ่งนั้นเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้รักเขานั่นแหละ)

เนื้อเพลงไม่ซับซ้อน แต่โดนใจ

โดยเฉพาะที่บอกว่า Take me for what I am

 

 

คี่ที่สาม เป็นตัวละครที่กัดสังคมได้เจ็บแสบสุด

บุคลิกเธอ ก็อย่างที่เธอร้องบอกใน Take Me or Leave Me นั่นแหละว่า

Don't you want your girl hot?

 ตอนกลางเรื่อง มีเพลงที่เธอร้องบนเวที Talk Show ข้างถนน

เป็นเพลงที่กัดสังคมได้เจ็บถึงแก่น

เทียบโลกไซเบอร์กับโลกปัจจุบันว่ามันหลอกลวง และไม่จริงพอกัน

ที่ชอบสุดก็เป็นประโยคที่กัดอิทธิพลโฆษณาที่ว่า

ในฝัน เธอพบตัวเองอยู่ที่โลกๆนึง ที่มี วัว เต็มไปหมด

แต่คนที่นั่น กิน (ดื่ม) น้ำกันอยู่อย่างเดียว คือ Diet Coke

ฟังแล้วเจ็บๆคันๆ สะดุ้งดี

 

 

 

 

แต่เพลงที่กัดสังคมได้เจ็บที่สุด ต้องยกให้เพลงนี้

Le Vie Boheme

เป็นเพลงที่ร้องบอกถึงชีิวิตของโบฮีเมียน

ความคิด ความชอบ และโลกในอุดมคติ

แต่เพลงนี้ฟังเข้าใจยากมาก ต้องหาคนแปล

เพราะชื่อที่อยู่ในเพลง เป็นชื่อผับบ้าง ชื่อโชว์บ้าง

ซึ่งมีความหมายหลายๆอย่าง 

ถ้าใครไม่ชอบเรื่องนี้ ฟังเพลงนี้แล้วก็จะเฉยๆ

แต่ถ้าใครอยากชอบ ลองเข้าไปดูที่ป้า Wiki แล้วกัน

แล้วคุณจะประทับใจ